Thaicleft
  • สมัครสมาชิก
  • เข้าสู่ระบบ
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับ
    • ข้อมูลสมาคม
    • ประวัติ
    • กรรมการบริหารชุดปัจจุบัน
    • กรรมการบริหารในอดีต
    • รางวัลทรงเกียรติ
    • -- Lifetime Achievement Award
    • -- Award of Special Merit
  • เครือข่าย
    • เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ
    • เครือข่ายสถานพยาบาล

    • TCCA Journal Club
    • โครงการรวมพลัง เครือข่าย ขยายรอยยิ้ม
    • ชมรมการพิมพ์สามมิติทางการแพทย์
  • ประชุมประจำปี
    • ปีปัจจุบัน
    • ครั้งก่อน ๆ
  • แหล่งความรู้
    • แนวทางการดูแลรักษา
    • -- แนวทางการดูแลปากแหว่งเพดานโหว่

    • เสวนาประชาชน
    • ความผิดปกติของการสื่อความหมาย
    • ความผิดปกติทางด้านหู คอ จมูก
    • การสนับสนุนการวินิจฉัยด้วยการตรวจทางพันธุกรรม
    • ความรู้ทางการพยาบาล
    • ความผิดปกติของการสื่อความหมาย
    • Interdisciplinary network of cleft-craniofacial teams
    • กรดโฟลิกกับความพิการแต่กำเนิด
  • ติดต่อ

Interdisciplinary network of cleft-craniofacial teams

ผศ.นพ.เฉลิมพงษ์ ฉัตรดอกไม้ไพร
นพ.ฐิติ ตันติธรรม
นางสาววิจิตรา มาแตง
เผยแพร่เมื่อ 7 มกราคม 2569

การดูแลให้การรักษาผู้ป่วยที่มีความพิการบนใบหน้าและศีรษะ โดยเฉพาะปากแหว่งเพดานโหว่ ดังเป็นที่ทราบดีกันอยู่แล้วว่า การให้ได้ผลการรักษาที่ดีจะต้องเป็นการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ (multidisciplinary) ซึ่งประกอบด้วย แพทย์ผู้ทำการผ่าตัด (plastic surgeon, maxillofacial surgeon) ทันตแพทย์จัดฟัน (orthodontist) และนักแก้ไขการพูด (speech therapist, occupational therapist) และศัลยแพทย์ โสต ศอ นาสิก

หากแต่มีโรงพยาบาลไม่กี่แห่ง ในระบบราชการในประเทศไทย ที่มีทั้งสหสาขาวิชาชีพครบ เป็นเหตุให้ผู้ป่วยเป็นไปได้ยาก ที่จะได้รับการรักษาที่ครบถ้วน ตามมาตรฐานในโรงพยาบาลเดียว และยังต้องพึ่งระบบการส่งตัวมารับการรักษาต่อยังโรงพยาบาลใกล้เคียง จึงเป็นที่มาของการพยายามค้นหาข้อมูลจำนวนของผู้ให้การรักษาในแต่ละสาขาวิชาชีพ ในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 77 จังหวัด เพื่อศึกษาอัตราการกระจาย ความขาดแคลนสหสาขาวิชาชีพ และอุปสรรคของการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ในประเทศไทย

ในสถานการณ์การขาดแคลนบุคคลากร ผู้ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ในประเทศไทย ไม่สามารถเป็น multidisciplinary care in one center หากแต่ต้องเป็น interdisciplinary care in one region กล่าวคือ ทีมสหสาขาวิชาชีพหลักทั้ง 3 วิชาชีพ อาจอยู่ต่างโรงพยาบาลและอยู่ในจังหวัดใกล้เคียง ผู้ป่วยจึงจะได้รับโอกาสในการเข้าถึงสถานพยาบาลของรัฐอย่างทั่วถึง โดยไม่ต้องเดินทางไกลเกินไป ไม่ต้องเข้าสู่ tertiary center ในจังหวัดใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพมหานคร และไม่ต้องรอทีมแพทย์เฉพาะกิจลงพื้นที่ (mission operation)

เนื่องจากการรักษาที่ใช้เวลายาวนานถึง 15-18 ปี การดูแลอย่างครบถ้วน 3 สหสาขาวิชาชีพ ถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ ที่ผู้ป่วยพึงได้รับ ซึ่งจะสำเร็จได้ต้องมีการประสานงานเครือข่ายสหสาขาวิชาชีพเบื้องต้น (primary interdisciplinary network) การประสานงานเพื่อให้เกิดโครงข่ายการส่งต่อในผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่เบื้องต้น คือการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาตามมาตรฐาน ซึ่งมีความจำเป็นในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ และดูแลเป็นเวลานาน (long term follow-up)

หากแต่ว่า การส่งต่ออย่างไร จึงจะเป็นไปได้จริง และมีประสิทธิภาพ ลดการเดินทางโดยไม่จำเป็น ลดการไม่ไปตรวจตามนัด ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญ ซึ่งต้องการการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพจากทีมสหสาขา ได้แก่ แพทย์ผ่าตัด ทันตแพทย์จัดฟัน ศัลยแพทย์ โสต ศอ นาสิก และนักแก้ไขการพูด โดยมีพยาบาลประสานงานเป็นสื่อกลางข้อมูลจำนวนบุคคลากรผู้ให้การดูแลผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ (ผ่าตัด, ฝึกพูด, จัดฟัน, ตรวจการได้ยิน) จำแนกตามจังหวัดและภูมิภาคในประเทศไทย จะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่จะมีประโยชน์ ในการให้เกิดการสร้างเครือข่ายสหสาขาวิชาชีพต่างโรงพยาบาล ในประเทศไทย (national interdisciplinary network) ตลอดจนการพิจารณาฝึกอบรมบุคลากรต่างๆ ของสมาคมวิชาชีพ เพื่อผลิตสหสาขาวิชาชีพให้เกิดการกระจายของบุคลากรผู้ดูแลผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ และใบหน้าศีรษะพิการอย่างทั่วถึง

ตารางที่ 1: การจัดพื้นที่ในความรับผิดชอบของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขตทั้ง 13 เขต ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ 77 จังหวัด (2556)

เขตที่ ชื่อเขต จำนวนจังหวัด รายชื่อจังหวัด
1เชียงใหม่8เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน
2พิษณุโลก5พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์
3นครสวรรค์5นครสวรรค์ กำแพงเพชร ชัยนาท พิจิตร อุทัยธานี
4สระบุรี8สระบุรี อยุธยา ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ปทุมธานี นนทบุรี นครนายก
5ราชบุรี8ราชบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม นครปฐม สุพรรณบุรี สมุทรสาคร
6ระยอง8ระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี สมุทรปราการ
7ขอนแก่น4ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด
8อุดรธานี6อุดรธานี สกลนคร นครพนม หนองคาย หนองบัวลำภู เลย
9นครราชสีมา4นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์
10อุบลราชธานี6อุบลราชธานี มุกดาหาร ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ บึงกาฬ
11สุราษฏร์ธานี7สุราษฏร์ธานี กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต ระนอง
12สงขลา7สงขลา ตรัง นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สตูล
13กรุงเทพมหานคร50 (เขต)-

ตารางที่ 2: รายละเอียดข้อมูลบุคลากรที่ให้การรักษาผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ ทั้ง 76 จังหวัด (ไม่รวมกรุงเทพมหานคร) ข้อมูล ณ เมษายน 2554

จังหวัด บุคลากร S (คน) O (คน) Sp/Ot (คน)
ภาคเหนือ (9 จังหวัด)
เชียงรายS-O-Sp121
เชียงใหม่ (ไม่รวมคณะแพทย์ มช.)S-O-Sp112
น่านS-O-Sp111
พะเยาSp--1
แพร่S-O-Sp1-3
แม่ฮ่องสอนSp--3
ลำปางS-O-Sp211
ลำพูนS-O-Sp---
อุตรดิตถ์S-O-Sp112
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (20 จังหวัด)
กาฬสินธุ์S-O-Sp---
ขอนแก่นS-O-Sp51-
ชัยภูมิS-O-Sp111
นครพนมS-O-Sp1-1
นครราชสีมาS-O-Sp51-
บึงกาฬS-O-Sp---
บุรีรัมย์S-O-Sp11-
มหาสารคามS-O-Sp---
มุกดาหารS-O-Sp-1-
ยโสธรS-O-Sp2--
ร้อยเอ็ดS-O-Sp-1-
เลยS-O-Sp11-
สกลนครS-O-Sp---
สุรินทร์S-O-Sp-1-
ศรีสะเกษS-O-Sp---
หนองคายS-O-Sp1-1
หนองบัวลำภูS-O-Sp---
อุดรธานีS-O-Sp4-4
อุบลราชธานีS-O-Sp21-
อำนาจเจริญS-O-Sp---
ภาคกลาง (21 จังหวัด)
กำแพงเพชรS-O-Sp---
ชัยนาทS-O-Sp---
นครนายกS-O-Sp---
นครปฐมS-O-Sp21-
นครสวรรค์S-O-Sp21-
นนทบุรีS-O-Sp24-
ปทุมธานีS-O-Sp111
พระนครศรีอยุธยาS-O-Sp11-
พิจิตรS-O-Sp---
พิษณุโลกS-O-Sp211
เพชรบูรณ์S-O-Sp---
ลพบุรีS-O-Sp21-
สมุทรปราการS-O-Sp211
สมุทรสงครามS-O-Sp---
สมุทรสาครS-O-Sp1--
สิงห์บุรีS-O-Sp---
สุโขทัยS-O-Sp-1-
สุพรรณบุรีS-O-Sp114
สระบุรีS-O-Sp51-
อ่างทองS-O-Sp1--
อุทัยธานีS-O-Sp2-1
ภาคตะวันออก (7 จังหวัด)
จันทบุรีS-O-Sp213
ฉะเชิงเทราS-O-Sp11-
ชลบุรีS-O-Sp71-
ตราดS-O-Sp---
ปราจีนบุรีS-O-Sp2--
ระยองS-O-Sp1--
สระแก้วS-O-Sp---
ภาคตะวันตก (5 จังหวัด)
กาญจนบุรีS-O-Sp1-1
ตากS-O-Sp2--
ประจวบคีรีขันธ์S-O-Sp2--
เพชรบุรีS-O-Sp2--
ราชบุรีS-O-Sp1--
ภาคใต้ (14 จังหวัด)
กระบี่S-O-Sp111
ชุมพรS-O-Sp---
ตรังS-O-Sp21-
นครศรีธรรมราชS-O-Sp211
นราธิวาสS-O-Sp1-1
ปัตตานีS-O-Sp31-
พังงาS-O-Sp---
พัทลุงS-O-Sp1--
ภูเก็ตS-O-Sp2--
ระนองS-O-Sp---
สตูลS-O-Sp11-
สงขลาS-O-Sp11-
สุราษฎร์ธานีS-O-Sp1-1
ยะลา*----
หมายเหตุ:
การสำรวจครั้งนี้ (เมษายน 2554)ไม่นับรวมกรุงเทพมหานครและสถานบริการเอกชน
S: แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดแก้ไข (Plastic Surgeon, Maxillofacial surgeon)
O: ทันตแพทย์จัดฟัน (Orthodontists) *ไม่รวมทันตแพทย์ที่ทำ obturator อย่างเดียว
Sp/Ot: นักแก้ไขการพูด (Speech therapist, Occupational therapist)
* ไม่มีข้อมูล

สรุปข้อมูลบุคลากรที่ให้การรักษาผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ แยกตามภาค

ภาค S (คน) O (คน) Sp/Ot (คน)
ภาคเหนือ7614
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ2397
ภาคกลาง24148
ภาคตะวันออก1333
ภาคตะวันตก801
ภาคใต้1564
รวมทั้งประเทศ 90 38 37

สรุปอัตราการกระจายตัว: แพทย์ผู้ทำการผ่าตัด (Plastic Surgeon, Maxillofacial surgeon) จำนวน 90 คน, ทันตแพทย์จัดฟัน (Orthodontist) จำนวน 38 คน และนักแก้ไขการพูด (Speech therapist, Occupational therapist) จำนวน 37 คน

สมาคมความพิการปากแหว่ง เพดานโหว่ ใบหน้าและศีรษะ แห่งประเทศไทย

สำนักงานชั่วคราว โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย (ตึก สก. ชั้น 14) 1873 ถ.พระราม 4 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330

CONTACT US
  • โทรศัพท์: 0-2256-4330

  • โทรสาร: 0-2256-5314

  • อีเมล์: thaicleft@gmail.com

สมัครสมาชิกออนไลน์
Download ใบสมัครเป็นสมาชิก

© Copyright 2021. All Rights Reserved.